เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงได้มีการลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยเหลือ จากมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด โควิด 19 ซึ่งเพื่อนๆ จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นจำนวน 5,000 บาท แต่ก็เกิดข้อสงสัยกันว่าเงินจำนวนนี้จะสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ขาดรายได้ และมีเงินไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายได้จริงหรือไม่ จะใช้เงินอย่างไรให้พอถึงสิ้นเดือนกันนะ วันนี้เราจึงขอนำเสนอแนวทางในการจัดการการใช้เงินให้เป๊ะสุดๆ ในสถานการ์โควิด 19 นี้

มีชีวิตรอดจากสถานการณ์โควิด 19 ด้วยเงิน 5,000 บาทได้ยังไง

แบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าเสบียงอาหาร

         อาหารถือเป็นปัจจัยสี่ที่สำคัญสำหรับมนุษย์ ฉะนั้นเราอาจจะต้องแบ่งเงินไว้ส่วนหนึ่งหรือครึ่งหนึ่งของเงินทั้งหมด สำหรับเก็บไว้เป็นค่าอาหาร และเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด 19 ทำให้คนส่วนมากเกิดความกลัว และออกมากักตุนสินค้ากันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งเรายังต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ดังนั้นแล้วเราควรที่จะทำอาหารรับประทานเองเพื่อความประหยัด หรือซื้ออาหารแห้งมาตุนไว้ แทนการออกไปซื้ออาหารด้านนอกหรือสั่งผ่านแอพพลิเคชั่นเดลิเวอร์รี่ ที่จะเป็นการสิ้นเปลืองเงินไปเปล่าประโยชน์ หากมีเงิน 5,000 บาท เมื่อหักค่าอาหารไปแล้ว เพื่อนๆจะเหลือเงิน 2,500 บาท

จำกัดเงินที่จะใช้ในแต่ละวันให้เป๊ะ

ช่วงเวลาแห่งการกักตัวอยู่บ้านนี้ หากจะออกไปข้างนอกก็รู้สึกลำบากมากขึ้น ยิ่งสภาพการขนส่งสาธารณะที่เบาบางลง ทำให้เรารู้สึกถึงความไม่สะดวกสบายในการเดินทางเหมือนเดิม ฉะนั้นแล้วเราก็อาจจะไม่ได้เดินทางไปไหนมาไหนบ่อยเหมือนแต่ก่อน ทำให้เงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็ลดลงไป เพราะนอกจากค่าอาหารแล้ว ก็คงมีค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นเล็กๆ น้อยๆไม่กี่อย่าง ดังนั้นเพื่อนๆควรให้โควตากับตัวเองว่า ใน 1 วันเราจะสามารถใช้เงินได้กี่บาท สมมติว่าตั้งใจจะใช้เงินวันละ 50 บาท แต่ถ้าวันนี้ไม่ได้ใช้เงินเลย วันถัดไปก็อาจจะได้ใช้เงิน 100 บาทก็ได้ แต่เพื่อนๆไม่ควรไปยืมเงินในวันถัดไปมาใช้ เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องเงินขาดมือ เงินไม่พอใช้อีกได้ ดังนั้นเมื่อหักค่าใช้จ่ายจำเป็นในแต่ละวันออกไป ซึ่งคิดเป็นเงิน 1,500 บาท เพื่อนๆก็จะมีเงินเหลืออยู่อีก 1,000 บาท

งดเหล้า งดปาร์ตี้

         งดเที่ยว งดสังสรรค์ งดปาร์ตี้ งดการพบปะเพื่อนฝูงออกไปก่อน ไหนๆ ห้างก็ปิด สถานบันเทิงก็ปิด ร้านอาหารหรือร้านนั่งชิล คาเฟ่ต่างๆ ก็ปิดหรือไม่สามารถนั่งทานที่ร้านได้ เราจึงควรใช้โอกาสนี้อยู่บ้านแบบสบายๆ หาอะไรทำที่บ้าน จะได้ไม่ต้องออกไปด้านนอกให้เกิดการเสียเงิน ไม่ต้องจ่ายภาษีสังคมให้รู้สึกหนักอกหนักใจในช่วงสิ้นเดือน

งดช็อปปิ้งออนไลน์

         การซื้อของออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุใหญ่ๆ ที่ทำให้สาวๆส่วนใหญ่มีเงินไม่พอใช้ในช่วงสิ้นเดือน เหมือนกับประโยคที่บอกว่า สิ้นเดือนก็เหมือนสิ้นใจ เพราะการช็อปปิ้งออนไลน์เป็นวิธีการซื้อขายที่ทั้งง่ายและสะดวก ทำให้เพื่อนๆหลายคนเผลอเสียเงินไปกับการซื้อของใช้ฟุ่มเฟือย อีกทั้งในสถานการณ์โควิด 19 ระบาดนี้ หากเรางดได้ก็ควรงดไปก่อนนะ เก็บเงินไว้สำหรับการใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน อะไรงดได้ หยุดได้ก็ขอให้พักก่อนนะจ๊ะ

ใช้น้ำใช้ไฟอย่างประหยัด

         เงินช่วยเหลือ 5,000 บาทที่เพื่อนๆได้มา หากเพื่อนๆต้องนำไปจ่ายค่าสาธารณูปโภคด้วยแล้วต้องขอบอกเลยว่ายิ่งต้องรัดเข็มขัดกันแน่นขึ้นไปอีก คุณต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งออกไป สำหรับจ่ายค่าน้ำและค่าไฟ ดังนั้นเพื่อนให้เราจ่ายค่าน้ำและค่าไฟถูกที่สุด เพื่อนก็ควรจะประหยัดการใช้น้ำและไฟฟ้า อาจเลือกการเปิดพัดลมแทนการเปิดเครื่องปรับอากาศ เลือกเปิดไฟเฉพาะดวงที่ใช้ เป็นต้น

         ซึ่งจากที่เราได้กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงคำแนะนำหรือแนวทางในการเอาชีวิตรอดด้วยเงินจำนวน 5,000 บาท ซึ่งเงินก้อนนี้หากมองผิวเผินก็เป็นจำนวนเงินที่ไม่มากเท่าไร แต่หากเพื่อนๆ ทุกคนมีการบริหารจัดการเงินที่ดี และลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยลงได้ เงินเพียงเท่านี้ก็คงพออยู่ได้ แต่หากเพื่อนๆมีภาระที่ต้องดูแลครอบครัวอยู่อีกด้วย ก็คงจะต้องช่วยกับรัดเข็มขัดให้แน่นสุดๆกันไปเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤติโควิด 19 นี้ไปด้วยกันนะคะ